ปี 2025 กำลังนับถอยหลังเข้าสู่บทสุดท้าย หากเรามองย้อนกลับไปตั้งแต่ มกราคม จนถึงธันวาคม จะพบว่ากราฟการพัฒนาของเทคโนโลยีไม่ได้วิ่งเป็นเส้นตรง แต่มันกระโดดขึ้นแบบ Exponential ปีนี้ไม่ใช่แค่ปีที่เรา “รู้จัก” AI เหมือนปี 2023-2024 อีกต่อไป แต่มันคือปีแห่งการ “อยู่ร่วมกัน” (Co-existence) อย่างสมบูรณ์แบบ คำถามสำคัญสำหรับก้าวต่อไปในปี 2026 จึงไม่ใช่ “เราจะใช้ AI อย่างไร?” แต่เป็น “เราจะทำงานร่วมกับ AI ในฐานะพาร์ทเนอร์อย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด?”
1. จาก Chatbot สู่ Agentic AI: เพื่อนร่วมงานคนใหม่ที่มี “สมอง”
ในช่วง 1-2 ปีแรกของยุค Generative AI เราคุ้นเคยกับโมเดลแบบ Chatbot ที่ทำหน้าที่ “รอคำสั่ง” (Passive) คือเราต้องป้อน Prompt เข้าไป มันถึงจะตอบออกมา แต่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 เทคโนโลยีได้วิวัฒนาการไปสู่ “Agentic AI” หรือ AI Agents
ความแตกต่างที่สำคัญคือ Agentic AI มีความเป็น “Proactive” มากขึ้น มันไม่ได้แค่รอถาม-ตอบ แต่มันสามารถ “คิด วางแผน ตัดสินใจ และลงมือทำ” ตามเป้าหมายกว้างๆ ที่เรามอบให้ได้
- ตัวอย่าง: แทนที่จะสั่งให้ AI เขียนอีเมลทีละฉบับ (Chatbot) คุณสามารถสั่ง Agent ว่า “ช่วยวางแผนการตลาดสำหรับสินค้าตัวใหม่ ใช้งบ 50,000 บาท และยิงโฆษณาไปหากลุ่มเป้าหมาย Gen Z ภายใน 3 วัน” ตัว Agent จะไปแตกย่อยงานเอง ตั้งแต่เขียน Copy, สร้างรูปภาพ, เลือก Platform, และตั้งค่าโฆษณา โดยมนุษย์มีหน้าที่แค่ตรวจสอบและกดอนุมัติ (Human in the loop)
2. ทักษะแห่งปี 2026: จาก Prompt Engineering สู่ “AI Orchestration”
เมื่อ AI ฉลาดขึ้นจนเข้าใจภาษามนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทักษะการเขียน Prompt (Prompt Engineering) ที่ต้องจำสูตรลับซับซ้อนจะมีความสำคัญลดลง แต่ทักษะที่จะขึ้นมาแทนที่และสำคัญกว่ามากคือ “AI Orchestration” หรือ “วาทยกรผู้คุมวง AI”
ในอนาคตอันใกล้ เราจะไม่ได้ใช้ AI แค่ตัวเดียว แต่เราจะใช้ AI หลายตัวทำงานร่วมกัน (Multi-Agent Systems) เช่น ให้ AI ตัวที่ 1 หาข้อมูล, ส่งต่อให้ AI ตัวที่ 2 เขียนสรุป, และส่งให้ AI ตัวที่ 3 ตรวจสอบความถูกต้อง หน้าที่ของมนุษย์คือการออกแบบ Workflow นี้:
- Delegation: รู้ว่างานชิ้นไหนควรส่งให้ AI ตัวไหนทำ
- Integration: รู้วิธีเชื่อมต่อผลลัพธ์ของ AI เข้ากับกระบวนการธุรกิจจริง
- Evaluation: มีวิจารณญาณในการประเมินคุณภาพงานที่ AI ทำออกมา ว่าสมเหตุสมผลและถูกต้องหรือไม่
3. Better Life by AI: ชีวิตที่ดีขึ้นเริ่มต้นที่ Mindset
ที่ ICIK ACADEMY เราย้ำเสมอในหลักสูตร Better Life by AI ว่าเทคโนโลยีเป็นเพียงดาบสองคม มันจะทำให้ชีวิตคุณยุ่งเหยิงขึ้นหรือดีขึ้น อยู่ที่ Mindset ของผู้ใช้
ในปี 2026 เราจะเห็นเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างคนที่ “ใช้ AI เพื่อทำงานเพิ่ม” (ทำให้ออกมาเยอะๆ เร็วๆ จนล้นมือ) กับคนที่ “ใช้ AI เพื่อคืนเวลา” (Automate งานซ้ำซาก เพื่อเอาเวลาไปพักผ่อนหรือพัฒนาตนเอง) การเตรียมพร้อมสู่ปีหน้าจึงไม่ใช่การวิ่งตาม Tech Trend ใหม่ๆ จนเหนื่อย แต่คือการกลับมา Audit ชีวิตการทำงานของตัวเอง ค้นหาคอขวด (Bottleneck) และพิจารณาว่าจุดไหนที่ AI สามารถเข้ามาเป็น “Digital Twin” หรือร่างโคลนดิจิทัลช่วยคุณได้ เพื่อให้คุณได้กลับมาเป็นมนุษย์ที่มีความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) และมีความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ได้เต็มที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังเลียนแบบไม่ได้
