GenY กับการบริหารในองค์กร

ผู้บริหารหลายท่านคงเคยเห็นพนักงาน “รุ่นใหม่” ในองค์กร

ที่เข้ามาทำงานพร้อมบุคลิกที่ชวนสะดุดตา ท่าทางการแสดงออกแตก ต่างไปจากพนักงานที่เคยเห็นๆ กันมา คนรุ่นใหม่เหล่านี้คือเด็ก “เจนวาย”
หรือ Gen Y ซึ่งย่อสั้นๆ ง่ายๆ มาจากคำว่าGeneration Y หลายครั้งที่เราได้ยิน เสียงสะท้อนความไม่พอใจกับลักษณะท่าทาง รวมถึงพฤติกรรมของเด็กกลุ่มนี้ จากผู้บริหารรุ่นใหญ่ แต่ชอบหรือไม่ องค์กรคงตอ้งพยายามทำความเข้าใจคนกลุ่มนี้ เพราะท้ายที่สุดแล้วองค์กรจะต้องรับเข้าทำงานเมื่อเวลาผ่านไป แต่ความจริงแล้ว คนรุ่นใหม่นี้ก็ไม่ได้แย่เสียทีเดียว พวกเขามีดีของเขาเช่นกัน Gen Y (หรือ “Millennials” หรือ “Echo Boomers” หรือ “Nexters”) เป็นกลุ่มคนที่เกิด ในช่วงปี ค.ศ. 1980 ถึง ค.ศ. 2000 (โดยประมาณ) ซึ่งจะมีอายุประมาณ 15-35 ปีในปัจจุบัน ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเกิดความตื่นตัวด้านกระแสหัวก้าวหน้า ความต้องการและความเชื่อ ที่จะเปลี่ยนแปลงโลก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มีอย่างรวดเร็วทั้งในการใช้ชีวิตและการทำงาน
ซึ่งต่างจากคนรุ่นก่อน คือ Gen X ที่เทคโนโลยีเป็นเหมือนแค่ความฝันในโลกอนาคต ซึ่งส่งอิทธิพล ต่อความคิดของคนรุ่นนี้เป็นอย่างมาก การทำงานกับคน Gen Y จึงต้องมีความเข้าใจลักษณะและความ คาดหวังที่คนรุ่นนี้มีซึ่งแตกต่างไปจากคนรุ่นก่อน

คน Gen Y เชื่อมั่นในตัวเองและเป็นอิสระที่สุด

จริงๆ แล้วเกือบจะเหมือนคน Gen X ซงึ่เป็นรุ่นก่อนหน้า Gen Y ประสบสภาวะที่เรียกว่าความเปลี่ยนแปลงด้านทัศนคติและการถือ ครองครอบครัวนั่นคือ พ่อแม่ของคนรุ่นนี้มอัตราการหย่าร้างสูงและ การที่ทั้งพ่อและแม่ต่างทำงานหารายได้เข้ามาในครอบครัว เป็นผลให้คน Gen Y เติบโตขึ้นมากบัการที่ต้องดูแลตัวเอง (เนื่องจากพ่อแม่ ต้องทำงาน) และรู้สึกมีความเชื่อมั่นและมั่นใจในตนเองอย่างมาก

ความเชื่อมั่นในตนเองเป็นสิ่งที่ดี แต่บางครั้งก็เกิดผลเสียกับ คนรุ่นนี้ในที่ทำงานเช่นกัน เนื่องจากผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารอาจ รู้สึกว่าคนรุ่นนี้ไม่เชื่อฟังหรือรับฟังข้อคิดเห็นของคนอื่น ในความ จริงแล้วคน Gen Y ต้องการความชัดเจนในการสั่งงานรวมถึงการ สนับสนุนของผู้บังคับบัญชาและในขณะเดียวกันก็ต้องการอิสระและ ความยืดหยุ่นในการทำงานในรูปแบบและกระบวนการของตนเองเช่น กัน คน Gen Y ต้องการให้ผู้บริหารบอกว่าต้องการอะไรและให้อิสระ ในการตัดสินใจกับพวกเขาเท่านั้น อย่างไรก็ดี น่าแปลกที่ในขณะที่ คน Gen Y เป็นผู้มีความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้น พวกเขาก็ชอบการ ทำงานร่วมกันกับคนอื่นๆ น่าแปลกที่พวกเขาทำงานคนเดียวก็ได้ แต่การทำงานร่วมกันเป็นทีมจะทำให้งานนั้นออกมาดียิ่งขึ้นไปอีก การขอร้องเพื่อทำงานเป็นทีมของพวกเขามักจะเป็นในลักษณะการ ขอความช่วยเหลือ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้รุ่นพี่หรือเพื่อนร่วมงาน สับสนในลักษณะบุคลิกของคนรุ่นนี้

การวางแผนเพื่อตอบรับบุคลิกที่พิเศษของคนรุ่นนี้จึงควรที่จะ ปล่อยให้คน Gen Y ได้ทำงานในวิธีและวิถีของเขาเองหรือกับกลุ่ม ของเขา ให้ความยืดหยุ่นและหย่อนเวลาให้เพียงพอสำหรับกรณี ที่เกิดความผิดพลาดหรือการประสานงานกันของคนในกลุ่ม

 คน Gen Y บ้าเทคโนโลยีอย่างจริงจัง

ถึงแม้ว่าคน Gen Y พวกเขาจะต่างจาก Gen Z หรือเด็กที่เกิด หลังปี ค.ศ. 2000 ที่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีอันสมบูรณ์แบบแล้ว แต่พวกเขาก็สามารถที่จะเข้าใจเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ
ในปัจจุบันอย่างไม่เป็นปัญหา เนื่องจากคน Gen Y เกิดมาพร้อม กับการพัฒนาของเทคโนโลยี พวกเขาไม่ต้องการเป็นเพียงผู้ใช้ เทคโนโลยี แต่ต้องการเป็นผู้สร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยี เขาต้องการ สร้างสิ่งต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีเพราะเขาเห็นความเปลี่ยนแปลงโลก ที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีในช่วงอายุดพวกเขา ดังนั้นจึงเป็นปกติที่ เวลาสัมภาษณ์งานพวกเขาต้องการรู้ข้อมูลจากบริษัทมากไปกว่า การรู้เรื่องเงินเดือนและสวัสดิการต่างๆ แต่คน Gen Y จะต้องการ รู้ด้วยว่าบริษัทที่เขาจะร่วมงานด้วยนั้นมี ใช้ และให้การสนับสนุน เทคโนโลยีต่างๆ อย่างไร ผู้บริหารจึงต้องใส่ใจในความสะดวกของ การใช้เทคโนโลยีของคนกลุ่มนี้ เพราะพวกเขาจะแทบทนไม่ได้หาก องคก์รไมม่เีทคโนโลยทีตี่อ้งการ ไมม่ปีระสทิธภิาพ หรอืไมเ่ทา่เทยีม กับคู่แข่งขัน รวมไปถึงผู้ร่วมงานทีมเดียวกันกับพวกเขาซึ่งอาจเป็น คนรุ่นอื่นๆ ที่ในหลายๆ สถานการณ์ต้องได้รับการฝึกอบรมให้มี ความสามารถด้านเทคโนโลยีที่ทัดเทียมคน Gen Y เช่นกัน

คน Gen Y ไม่เคยรีรอ 

กิจกรรมต่างๆ โลกปัจจุบันดำเนินเร็วขึ้นกว่าในอดีตและจะเร็ว ขึ้นเรื่อยๆ เวลาหนึ่งปีเป็นเวลาที่ยาวนานสำหรับ Gen Y พวกเขา ไม่ต้องการการ “ไต่ขั้นบันได” ในองค์กรเหมือนคนรุ่นก่อน เทคนิค การจูงใจเดิมๆ ที่องค์กรใช้กับคนวัยอื่นจึงอาจไม่ประสบผลสำเร็จ คน Gen Y ไม่ต้องการรอจนเกษียณถึงจะได้บำเหน็จหรือบำนาญ เรื่องเหล่านี้แทบจะไม่สำคัญในสายตาของพวกเขา Gen Y ต้องการที่จะรู้ว่าพวกเขาทำอะไรได้บ้างในปัจจุบันเพื่อที่จะเพิ่มมูลค่าของ สิ่งต่างๆ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และพวกเขาจะได้รับอะไรจากองค์กรใน วันนี้ การรอคอยสิ่งต่างๆกลายเป็นเหมือนอุปสรรคในชีวิต
เพราะพวกเขาเติบโตขึ้นมาภายใต้การพัฒนาของเทคโนโลยีที่ เปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของพวกเขา

ผู้บริหารองค์กรต่างๆ จึงควรเอาใจใส่ในการฝึกอบรมทักษะ ที่จะทำให้คน Gen Y สามารถที่จะตอบสนองต่องานใหม่ๆ ได้อย่าง รวดเร็ว และสร้างระบบการให้รางวัลต่อผลการดำเนินงานที่มี ประสิทธิภาพและรวดเร็วของคนกลุ่มนี้ นอกจากนี้ผู้บริหารควร พิจารณาถึงนโยบายต่างๆ ที่อาจจะกีดขวางความก้าวหน้าของคนรุ่น นี้ทำให้ไม่ก้าวหน้าถ้าพวกเขาปฏิบัติงานได้ผลดีในระยะเวลารวดเร็ว

คน Gen Y มีเลือดผู้ประกอบการ

จากลกั ษณะพเิศษของคนรุ่นนี้ที่มีทักษะความเป็นผู้ประกอบการสูงประกอบกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน จึงไม่แปลกที่จะเห็น Gen Y มีธุรกิจเป็นของตนเองตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ Gen Y มีความอยากรู้อยากเห็นต้องการคำอธิบาย และมองหาทางเลือกต่างๆ เพื่อที่พวกเขาจะแก้ปัญหาและพัฒนาสิ่งใหม่ๆได้ ซึ่งหลายครั้ง ผลที่เกิดขึ้นคือการเปิดตัวธุรกิจใหม่ๆ ของผู้ประกอบการรุ่นนี้ ผู้บริหาร ไม่ควรมองข้ามทักษะพิเศษนี้และหาหนทางเพื่อประยุกต์ให้เป็น ประโยชน์แก่องค์กร เปิดใจกว้างยอมรับความเห็นใหม่ๆ จากพวกเขา ซึ่งถึงแม้บางครั้งจะดูข้ามหน้าข้ามตาไปบ้าง แต่อาจจะเป็นประโยชน์ กับองค์กรในการพัฒนาปรับปรุงด้านต่างๆ

คน Gen Y ต้องการรับผิดชอบในเรื่องต่างๆ

ผู้บริหารส่วนใหญ่อาจเจอปั หาที่พนักงานในองค์กรไม่ต้องการที่จะรับผิดชอบภาระงานที่มากขึ้น แต่เมื่อมีคน Gen Y ในองค์กร ของท่าน ผู้บริหารจะรู้สึกถึงความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเพราะคน กลุ่มนี้จะต้องการความรับภาระความรับผิดชอบมากขึ้น เขามอง เห็นภาระความรับผิดชอบเป็นการสร้างความท้าทายในชีวิตและ เป็นโอกาสในการสร้างเสริมทักษะในด้านต่างๆ นอกจากนี้การได้รับ การมอบหมายงานเพิ่มขึ้นนั้นทำให้ Gen Y รู้สึกถึงการได้รับความ เชื่อถือจากหัวหน้างาน ดังนั้นผู้บริหารจึงสามารถลดความกังวลใน การมอบหมายงานเพิ่มให้กับคนกลุ่มนี้ เพียงแต่การมอบหมายงาน นั้นควรนึกถึงว่าเมื่อพนักงานมีภาระหน้าที่เพิ่มขึ้นแล้วนั้น จะมีการ มอบรางวัลหรือสิ่งตอบแทนอย่างไรเพื่อที่จะเสริมสร้างแรงจูงใจจาก ผู้ปฏิบัติงานมากขึ้น

คน Gen Y เกลียดการจุกจิกจากหัวหน้างาน

การยุ่มย่ามจุกจิกจากหัวหน้างานเป็นสิ่งที่พนักงานทุกคน ไม่ชอบ คน Gen Y ก็เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามคน Gen Y อาจจะ หนีความยุ่งยากตรงนี้ได้ยากเนื่องจากพวกเขาไม่ค่อยที่จะสามารถจัดการเวลาของตนเองได้ เพราะพวกเขาเป็นคนทำสิ่งต่างๆ อย่าง ทันทีและรวดเร็วทำให้เมื่อมีเวลาเหลือพวกเขามักจะเกิดความเบื่อ และอาจกระตุ้นให้ใช้เวลาไปอย่างไม่เป็นประโยชน์ และเมื่อต้องทำงานอย่างเร่งรีบ Gen Y ก็จะไม่เปิดรับสิ่งอื่นๆ ที่อาจเข้ามาแทรก ระหว่างการทำงานของเขา และนั่นเป็นสาเหตุที่หัวหน้างานจะเขา้ไป อบรมหรือแนะนำซึ่งพวกเขาอาจจะรสู้กึว่าเป็นการวุ่นวายในชีวิตของ พวกเขา ผู้บริหารควรคำนึงถึงจุดนี้และแก้ไขโดยการเพิ่มทักษะด้าน การจัดการบริหารเวลา การแบ่งงานใหญ่ออกเป็นส่วนเล็กๆ ลง เพื่อประสิทธิภาพในการจัดการ ฝึกความสามารถในการจัดการกับ ความหลากหลายของปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคดิหรือแนะนำ ให้พนักงาน Gen Y ประมาณระยะเวลาในการทำงานจากประสบการณ์ ของผู้บริหารเพื่อลดความเครียดในการทำงานของคนรุ่นนี้
คน Gen Y มองหาความยืดหยุ่น 

Gen Y เปน็กลมุ่ทพี่รอ้มในการปรับตัวกับกลุ่มคนใหมๆ่ สถานที่ ใหม่ๆ และสถานการณ์ใหม่ๆ พวกเขาไม่คาดหวังเพียงแค่ความ เปลี่ยนแปลง แต่พวกเขาต้องการมันอย่างที่สุด การให้คน Gen Y ติดอยู่กับตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงนั้น จะทำให้พวกเขาไม่มีความสุข ผู้บริหารควรสังเกต ให้โอกาส และให้ ความยืดหยุ่นกับการเปลี่ยนแปลงระหว่างโครงการ ตำแหน่ง หน้าที่ ส่วนงาน หรือแม้แต่สถานที่ทำงานของคน Gen Y เพื่อที่พวกเขาจะ ได้เติบโตด้านทักษะและสั่งสมประสบการณ์เพื่อความเจริญก้าวหน้า ขององค์กรในอนาคต การให้ความรู้เพิ่มเติมหรือจัดสถานการณ์ให้ คน Gen Y ได้พบปะกับกลุ่มคนที่มีความคิดสร้างสรรค์จะเสริมให้ คนรุ่นนี้ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้พวกเขารู้สึกว่าพวกเขาไม่ สามารถหาสิ่งที่พวกเขาต้องการได้ในที่อื่น แล้วพวกเขาจะอยู่กับ องค์กรไปนานแสนนาน

ฉันเป็นนายของตัวเอง

โลกได้เห็นทัศนคติแบบนี้เริ่มจาก Gen X ที่การทำงานอยู่กับ องค์กรใดองค์กรหนึ่งตลอดชีวิตนั้นไม่เป็นที่น่าสนใจอีกต่อไป
ในรุ่น Gen Y นี้พวกเขายิ่งรู้สึกมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าเราจะเห็นพวก เขาทำงานให้กับตนเองหรือองค์กรใดก็ตาม พวกเขาจะมีลักษณะ ที่เป็นเจ้าของ “บริษัทของฉัน” นั่นคือการที่พวกเขาสามารถที่จะต่อรอง กับสิ่งแวดล้อมและโอกาสต่างๆ ได้เหมือนกับพวกเขากำลังตกลง ธุรกิจกับบริษัทของเขา ลักษณะอย่างนี้ไม่เกิดขึ้นกับคนรุ่นก่อนหน้านี้ ผู้บริหารในปัจจุบันจึงต้องปรับเปลี่ยนเป้าหมายในการบริหาร จัดการทรัพยากรบุคคล กลยุทธ์เพื่อดึงดูดให้พนักงานทำงานกับ องค์กรอีก 20 – 30 ปีจึงอาจเป็นความคิดที่ล้าหลัง นาทีนี้ผู้บริหาร ต้องเปลี่ยนมาเป็นรู้ว่าต้องทำอะไรให้สำเร็จในแต่ละวัน และจะใช้ให้ ใครทำให้ (ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคน Gen Y) และทำอย่างไรที่จะเข้าถึง บุคลากรที่เก่งๆ เหล่านั้นเมื่อต้องการ

แม ้Gen Y จะมีต้นทุนสูง พวกเขาก็ให้ผลิตผลสูงเช่นกัน

ต้นทุนที่องค์กรต้องลงทุนไปกับ Gen Y นั้นไม่ใช่เฉพาะตัวเงิน เท่านั้น แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะ หัวหน้างาน ซึ่งการบริหารจัดการให้ความสัมพันธ์นี้เป็นไปอย่าง ราบรื่น จะทำให้ Gen Y ผลิตผลงานเพื่อตอบสนององค์กรได้อย่าง มีประสิทธิภาพสูงสุด หัวหน้างานควรต้องพยายามรู้จัก Gen Y
เป็นรายบุคคลอย่างจริงใจและเป็นไปอย่างง่ายๆ สบายๆ ไม่เป็น ทางการ นอกจากนี้การเป็นโค้ชให้พวกเขาจะทำให้คนรุ่นนี้รู้สึกว่า หัวหน้างานหรือผู้บริหารเป็นแหล่งของความรู้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนรุ่นนี้ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก จัดหาทรัพยากรที่จะทำให้เขาเรียนรู้ และเติบโตในทางที่พวกเขาต้องการ ให้ความเห็นต่องานของพวก เขาอย่างสม่ำเสมอ อย่ารอจนถึงวันประเมินผลการทำงาน เพราะ พวกเขาต้องการรู้เพื่อนำไปพัฒนาตนเอง การให้คำแนะนำต่างๆ
ผู้บริหารควรเลี่ยงการเน้นย้ำด้านลบของพวกเขา พวกเขารับฟังได้ แต่ต้องการคำชื่นชมในทางบวกเสียมากกว่า แต่ที่สำคัญกว่านั้น ก็คือเมื่อให้คำแนะนำหรือความเห็นแล้วต้องรีบให้พวกเขาเริ่ม กลับมาทำงานให้เร็วที่สุด Gen Y ต้องการให้หัวหน้างานเห็นพวกเขาเป็นเพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่เด็กฝึกงานหรือเด็กเพิ่งเรียนจบ เคารพพวกเขาและให้เกียรติเฉกเช่นผู้ใหญ่คนหนึ่งแล้วองค์กรจะได้ความเคารพกลับมาอย่าง แน่นอน มากไปกวา่นนั้ พวกเขายังต้องการความยืดหยุ่นในด้านต่างๆ เช่นที่กล่าวมาแล้ว สุดท้าย Gen Y ต้องการให้หัวหน้างานชื่นชม พวกเขาเช่นเดียวกับคนรุ่นก่อน การจะให้รางวัลนั้นต้องขึ้นอยู่กับ ผลการปฏิบัติงานเท่านั้นพวกเขาจึงจะพอใจ และแสดงออกถึงการ ชื่นชมรวมถึงให้รางวัลให้รวดเร็วทันเวลาผลงานที่เขาทำสำเร็จ ผู้บริหารคงได้เห็นแล้วว่าการบริหาร Gen Y นั้นไม่ยากเกิน ความสามารถ องค์กรควรต้องปรับทัศนคติและกระบวนการทำงาน กับคนรุ่นนี้เช่นกัน เพราะคนรุ่นนี้จะดำรงชีวิตอยู่ในโลกไปนี้ไปไม่ น้อยกว่าคนรุ่นก่อน และอาจจะนานกว่าเนื่องจากความก้าวหน้าของ การแพทย์ องค์กรใดที่ปฏิเสธคนรุ่นนี้อาจประสบปัญหาขาดแคลน บุคลากรและเสียหายไปในที่สุด การบริหารจัดการบุคลากร Gen Y นั้นหากวางระบบและวิธีการอย่างดีนอกจากจะทำให้องค์กรสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้แล้วยังอาจทำให้องคก์รไดผ้ลประกอบการที่ดีขึ้น ซึ่งเกิดจากความมีทักษะและลักษณะพิเศษที่ได้กล่าวมาทั้งหมด นี้นั่นเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *